รูป I love my job

ใครๆ ก็รู้ว่างานนั้นเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิต แต่ส่วนใหญ่จะรู้และมีความเข้าใจว่างานนั้น มีความสำคัญกันในแงเดียว ดังคำกล่าวที่ว่า งาน คือ เงิน ทีสามารถบันดาลความสุขได้ ซึ่งเป็นความจริงอันนี้ ผมเห็นด้วย 100% ทว่าส่วนตัวผมยังมอง และคิดว่างานยังมีความสำคัญอีกแง่ ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการสร้างทรัพย์ เพื่อการดำลงชีวิต นั่น คือ ความสุขที่ได้ทำงาน

ทำไมต้องเลือกงานที่ทำแล้วมีความสุข?

อ่านหัวข้อแล้ว หลายคนอาจนึก ตั้งคำถามในภายว่า งาน สร้าง เงิน แล้วเงินก็ซื้อความสุขได้อยู่แล้ว ทำไมต้องเลือกงานเยอะ ก็แค่เลือกทำงานที่สร้างรายได้ หรือเงินเดือนเยอะๆ ก็พอแล้ว มีความสุขได้เหมือนกัน

อันนี้ก็เห็นด้วยว่าเป็นความจริง แต่มันชีวิตอาจจะดูแห้งแล้ง หรือห่อเหี่ยวในบางครั้ง ในการทำงานที่เราไม่ได้มีความชอบ เลย มันจะดูเป็นการฝืนทำไปสักหน่อย

อย่าลืมว่าในวันหนึ่งๆ เราใช้เวลาในการทำงานงานมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ สำหรับมนุษย์ทำงานทั่วไป เฉลี่ยอยู่ราวๆ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน บางคนมากกว่านี้ เราใช้เวลาทำงานมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ เช่น เราไม่สามารถรับประทานอาหารมาราธอนได้มากถึงวันละ 8 ชั่วโมง หรือ เราไม่สามารถออกกำลังกายได้นานขนาดนั้น ดังนั้นในเมื่องานเป็นกิจกรรมที่เราต้องอยู่กับมันมากที่สุดในแต่ละวัน ถ้าเราเลือกงานทีให้ความสุขกับเราด้วย เงินหรือผลตอบแทนอาจจะไม่มากนัก พออยู่ได้ แต่ชีวิตเราก็ผาสุกพอเพียงพอด้วยเช่นกันในแต่ละวัน

หาตัวเองให้เจอว่าชอบอะไร

เอาละครับ ถึงตรงนี้เรามีความเข้าใจตรงกันแล้วว่า เราจะ หางาน ที่ให้ทั้ง ค่าตอบแทน และ ความสุข ในตัวมันเอง ทีนี้เราก็มาดูกันถึงในประเด็นต่อไปว่า ถ้าทุกงานไม่ได้ให้ความสุข หรือให้ก็ไม่เท่ากัน ทำอย่างไรล่ะ เราถึงจะได้งานที่ใช่ ที่ชอบสำหรับเราจริงๆ ผมเสนอ 2-3 วิธี การสังเกตตัวเองง่ายๆ ว่าคุณเหมาะที่จะไปทางในที่สุด ดังต่อไปนี้

  1. สังเกตตัวเองเวลาเรียน: เรียน ในที่นี้ไม่จำกัดอยู่ที่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้นนะครับ แต่เหมารวมการเรียนทุกๆ อย่างทั้งในและนอกรั้วโรงเรียน ให้พี่ๆ น้องๆ ที่ยังศึกษาอยู่ดูตัวเองให้ดีว่า
    1. ชอบวิชาไหนเป็นพิเศษ
    2. วิชาไหนเรียนได้ดีโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก เช่น เรียนในห้องเข้าใจเลย Get หมดที่คุณ ครู สอนเรา แค่ต้องอ่านเพิ่มเติมนิดหน่อย หรือไม่ต้องเสียเวลา เสียเงินไปเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน
    3. วิชาไหนเรียนแล้วมีความสุข รู้สึกว่า เช่น อาจจะมีความรู้สึกว่าอยากเข้าเรียนวิชานี้เร็วๆ ในระหว่างเรียนก็รู้สึกว่ามีข้อสงสัยที่อยากจะซักถามคุณครูผู้สอนอยู่ไม่น้อย เป็นต้น
  2. สังเกตตัวเองจากกิจกรรม: ในระหว่างศึกษานั้น โดยปกติทางสถานที่ศึกษาทั้งมัธยม หรือในระดับอุดมศึกษาก็ดีจะมีวิชากิจกรรม หรือชมรมให้นักเรียน นักศึกษาได้เลือกสังกัด นอกเหนือจากวิชาเรียนหลัก ก็ให้น้องๆ เพื่อนๆ สังเกตดูตัวเอง เช่นกันครับว่า ทำกิจกรรม หรือชอบวิชาเสริมไหนมากที่สุด เช่น คุณเลือกเข้าชมรมศิลปะ แล้วรู้สึกมีความสุขในการใช้จินตนาการ และระบายความคิดผ่านทางการระบายสี วาดรูป เป็นต้น ก็ให้คุณสังเกตตัวเองอย่างต่อเนื่อง และลองหากิจกรรมอื่นๆ ที่คล้ายๆ กันทำ นอกเวลาเรียนดู เช่น อาจขอคุณพ่อ คุณแม่ไปศึกษาการลงสี เพิ่มเติมในวันเสาร์ อาทิตย์ เป็นต้น สังเกตตัวเองอย่างต่อเนื่องจน พอได้ทำสิ่งทีคุณชอบจริงๆ สักระยะหนึ่ง คุณจะรู้ตัวเองครับว่า คุณเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ
  3. ถามผู้รู้: หลังจากสังเกตตัวเองทั้งใน และนอกรั้วโรงเรียน ลองทำกิจกรรมที่คุณชอบมาสักพักแล้ว ทีนี้เพื่อให้แน่ใจได้ชัวร์มากขึ้น ผมแนะนำให้ลองปรึกษา หรือถามคนอื่นๆ เริ่มต้นที่ผู้ใหญ่ใกล้ตัว เช่น คุณพ่อ คุณแม่ ครูแนะแนว เพื่อนรุ่นพี่ที่กำลังศึกษาต่อ หรือทำงานแล้วในสาชาที่เราคิดว่าใช่ ซึ่งเราจะได้มุมมองมองทีกว้างกว่าจากประสบการณ์ของคนเหล่านั้น ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น มากกว่าที่เรารู้หรือคิดอยู่คนเดียว

อย่าลืมนะครับว่า งานเป็นสิ่งที่คุณใช้เวลาทำมากกว่ากิจกรรม ยามตื่นอื่นๆ ในแต่ละวันดังนั้น หาตัวเองให้เจอ เพื่อหางาน และ สมัครงานบริษัท ที่ใช่จริงๆ จะส่งผลให้คุณมีความสุขกับการทำงานในทุกๆวัน

  •  
     
  •