ทุกๆคนมีวิถีทางของแต่ละคนในการจัดการกับกระบวนการเปลี่ยนงานของตัวเอง คุณก็ควรที่จะคิด พิจารณาและลงมือทำตามแผนที่คุณวางเอาไว้ คำถามก็คือ เราควรเริ่มจากตรงไหน? ควรทำอย่างไรบ้าง? มาดูจุดสำคัญๆและบางขั้นตอนที่จะสร้างกระบวนการนี้

โดยปกติแล้ว กระบวนการการเปลี่ยนงานมักจะเป็นตามขั้นตอนดังนี้

1. การตัดสิน การพิจารณาตัวเอง
2. เก็บรวบรวมข้อมูล จัดเตรียมเอกสารต่างๆ รวมรูปถ่ายและ ใบสมัครงาน
3. ทำการสมัครงาน, สัมภาษณ์ และถูกจ้างทำงาน
4. ออกจากที่ทำงานปัจจุบันไปสู่ที่ทำงานใหม่

กระบวนการก็จะมีประมาณนี้ แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องทำตามตามขั้นตอนด้านบนก็ได้ คุณสามารถที่จะสมัครงานก่อนเป็นอันดับแรกก็ได้ จากนั้นจึงเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งาน ขณะเดียวกันก็พิจารณาและตัดสินตัวเองไปด้วยก็ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะดำเนินการวิธีไหน คุณควรที่จะเตรียมอารมณ์ของคุณ ซึ่งจำเป็นต่อกระบวนการนี้ นั่นหมายถึงว่าเวลานั้นถูกเริ่มนับตั้งแต่การเริ่มมองหาข้อมูลการรับสมัครงานใหม่ รวมถึงการมอบอำนาจหน้าที่การงานให้ผู้อื่นในบริษัทเก่าด้วย ซึ่งเวลาที่เหมาะสมก็คือ 3 เดือน - 6 เดือน หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อเวลาในกระบวนการเปลี่ยนงานคือเวลาเมื่อคุณสามารถที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์ได้ คุณควรที่จะขอเข้าไปสัมภาษณ์หลังเวลางานหรือในวันเสาร์ เว้นแต่ว่าผู้ว่าจ้างจะไม่เห็นด้วยกับคุณ คุณจำเป็นที่ต้องเข้าสัมภาษณ์ในเวลางาน อย่างไรก็ตาม คุณก็ไม่ควรที่จะเอาผลประโยชน์จากเวลางานของคุณ คุณควรที่จะขอบริษัทปัจจุบันว่าจะมาทำงานสายหรือเลิกงานเร็ว หรือไม่ก็ขอหยุดงาน ในบางกรณี เวลาในการสัมภาษณ์จะขึ้นอยู่กับบริษัทที่คุณไปสมัคร เนื่องจากพนักงานที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์ก็ยุ่งมาก นำไปสู่การจัดตารางเวลาที่เสียเวลามากกว่าที่คิด ในกรณีอื่นๆเมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง แต่ฝ่ายนายจ้างยังคงไม่สามารถตัดสินใจได้ ดังนั้นเมื่อคุณจัดตารางเวลาคุณควรที่จะพิจารณาสิ่งเหล่านี้ เข่นเดียวกับการเตรียมตัวในกระบวนการเปลี่ยนงาน ที่จะทำให้คุณเสียเวลามากกว่าที่คุณคิด

นอกจากนั้น เมื่อคุณเริ่มกระบวนการเปลี่ยนงาน มีจุดที่คุณควรที่จะยืนยัน พวกเขาจะมีกฏและข้อบังคับในที่ทำงานปัจจุบันของคุณ กรณีนี้ สัญญาของแต่ละบริษัทจะมีข้อบังคับที่กำหนดเกี่ยวกับการออกจากงาน เพื่อที่จะจัดการให้กระบวนการเปลี่ยนงานเป็นไปตามแผน คุณควรที่จะยืนยันว่ารับทราบ หลังจากการเซ็นลาออก ระยะเวลาในการลาออกอย่างเป็นทางการจากบริษัทนั้น คุณสามารถที่จะรู้ได้จากกฎระเบียบของแรงงาน เช่น คุณสามารถออกจากงานได้หลังจาก 30 วันจากการเซ็นลาออกสำหรับการเซ็นสัญญาจ้างงาน และ 45 วันสำหรับการที่ไม่ได้เซ็นสัญญากันจ้างงาน


สำหรับใครที่ยังคงไปทำงาน บางครั้งการต่อรอง เพื่อที่จะขอออกจากงานจะทำให้เสียเวลามากกว่าเดิม ดังนั้นเพื่อที่จะเปลี่ยนงานอย่างเรียบง่ายและสมบูรณ์ที่สุด คุณควรจัดตารางเวลาในแต่ละวัน โดยนับเวลาจากเวลาที่คุณเริ่มขอออกจากงานเป็นต้นมา เช่น สำหรับบริษัทที่มักจะยุ่งกับวงจรเดิมๆ คุณควรที่จะขอออกจากงาน โดยหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่กำลังยุ่งมากๆ นอกจากนั้นใครที่กำลังทำโปรเจคงานในระยะยาว คุณสามารถที่จะขอออกจากงานได้เมื่อคุณทำหัวข้อหรือเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่งสำเร็จแล้ว สุดท้ายนี้ คุณก็ควรปรับเปลี่ยนช่วงเวลาที่จะออกจากงาน เพื่อให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อบริษัท

และในการกำหนดวันที่คุณจะออกจากงาน บางครั้งคุณสามารถที่จะปรึกษาและต่อรองกับเจ้านายของคุณเกี่ยวกับเวลาที่คุณทั้งสองฝ่ายสามารถรับได้ โดยปกติแล้ว มันจะสอดคล้องกับกฏระเบียบหรือหลังจากการพิจารณาผลการทำงานของคุณ

  •  
     
  •  

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนจะเปลี่ยนงาน - คำแนะนำอื่นๆ

วางแผนอย่างไรให้ได้ทำงานกับสุดยอดองค์กรชั้นนำของประเทศไทย

จากข้อมูลที่สำรวจโดยบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมาพบว่ามีบริษัทที่คนอ..

สาเหตุที่หลายคนมองข้ามไม่ให้เราได้งานทำ

สาเหตุที่หลายคนมองข้ามไม่ให้เราได้งานทำ

เมื่อเรากำลังหางาน และมุ่งมั่นที่จะได้งาน ทำทุกวิถีทางให้ได้งาน แต่ลึก ๆ ภายในใจหวั่นเกรงว่างานที่เราตั้งใจไปสมัครจะไม่ไ..