Sucess

การที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม การเรียนรู้อย่างหนัก แต่ว่าคุณก็ยังไม่ถูกจ้างเข้าทำงาน นี่เป็นความเป็นจริงที่พบได้ในสังคมของพวกเรา ดังนั้นมาลองดูรอบๆตัวของบุคคลที่พวกเขาไม่สามารถจะเรียนจนจบได้ ว่าพวกเขาสามารถที่จะอยู่ในวงเวียนเศรษฐกิจของการตลาดในทุกวันนี้ได้อย่างไร คำตอบก็คือพวกเขาพยายามในทุกๆทางที่จะสร้างเงินนั้นมากกว่าไปสนใจในเรื่องคุณสมบัติที่มี จุดที่สำคัญก็คือต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับงาน กล้าที่จะก้าวข้ามปมด้อย ที่จะทำบางสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะทำ แต่ความสำเร็จนั้นมากกว่าที่ใครๆจะจินตนาการได้

เรื่องราวของมันฝรั่งหวานและผู้คน
เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องราวที่เป็นที่รู้จักกันดี เกี่ยวกับคนขายมันฝรั่งหวานที่สามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า 10,000,000 ต่อเดือน ที่ทำให้ผู้คนนั้นต้อง"อิจฉา" หรือจะเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กที่ได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม จากนั้นก็สำเร็จการศึกษาและเข้าทำงาน แต่เงินเดือนที่ได้รับก็เพียงพอต่อการใช้จ่าย แต่ในทางตรงกันข้าม รายได้หลักใหญ่ที่มากกว่าหนือน้อยกว่า 10,000,000 ก็มาจากแม่ของเขาที่ทำงานเกี่ยวกับการขายขวด ไม่เพียงแต่สถานการณ์ที่ยกตัวอย่างมาแต่รวมถึงสถานการณ์ที่เห็นได้ในชีวิตจริง ที่น้อยคนนักที่จะตระหนักเกี่ยวกับมัน และพึงพอใจในคุณค่าที่แท้จริงของการใช้แรงงาน

บุคคลหนึ่งที่ทำงานในออฟฟิศ สวมใส่เครื่องแต่งกายในมาดนักธุรกิจ มีรถจักรยานยนต์ดีๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทำเงินได้น้อยกว่าบุคคลที่ขายขนมปังหรือขายอาหารข้างทาง มีเหตุการณ์เกี่ยวกับร้านขาย Bahn Trang Tron (อาหารเวียดนาม) ที่สามารถทำเงินได้มากกว่า 1,000,000 ต่อคืนที่ทำให้แม้แต่คนทั่วไปยังแปลกใจ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่างานธรรมดาธรรมดาจะสามารถสร้างรายได้ได้มากมายขนาดนั้น แต่ทว่าในการทำงานที่รู้จักกันดี เช่น การสมัครงานบริษัท และทำงานในบริษัท มันก็แค่ “titled but penniless” นั่นก็เพราะคุณยังไม่รู้ แต่หลังจากที่คุณรู้แล้ว เป็นอย่างไรบ้าง? มันไม่มีอะไรเลย ไม่มีใครที่จะยอมออกจากงานปัจจุบันเพื่อที่จะมาขายมันฝรั่งหวานหรืออาหารข้างทาง

ไม่มีใครกล้าที่จะเลิกใส่ชุดสวยสวยนั่งในห้องปรับอากาศ เพื่อที่จะไปใส่ชุดที่ไม่ค่อยใหม่เท่าไหร่ เพื่อที่จะออกจากชีวิตไปเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศตลอดเวลา ไม่มีใครกล้าที่จะยอมทิ้งความพยายามในการได้งานนั้นมา เพราะปมด้อยของพวกเขาและพวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว พวกเขาเหล่านั้นยอมรับในเงินเดือนที่เพียงพอต่อการใช้สอย แต่พวกเขาก็ยังสวมใส่ชุดที่สวยงาม กินแต่อาหารอร่อยๆ ในทางกลับกันพวกเขาก็ยอมรับที่จะตกงานด้วย แต่ว่ามีกี่คนที่กล้าที่จะออกไปทำงานที่ทำรายได้อย่างมาก แต่ว่าก็ต้องใช้ความพยายามอุตสาหะมากด้วยเช่นกัน

"ทุกคนทำแต่สิ่งที่ง่ายๆ แล้วใครจะเป็นทำสิ่งที่ยากลำบาก?"
เติบโตขึ้น เรียนรู้เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ มันดูเป็นพื้นฐานสำหรับคนจำนวนมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ด้วยสถานการณ์ โชคชะตา หลายคนไม่สามารถที่จะไปโรงเรียนได้ การศึกษาของพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ การที่จะได้เป็นนักเรียนหรือได้รับปริญญามันดูแปลกและหรูหราเกินไปสำหรับพวกเขา พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและใช้แรงงานแทนงานที่ต้องใช้สมอง แต่นั่นก็คือชีวิต ถ้าทุกคนเลือกงานที่เบาและง่าย แล้วใครล่ะที่จะทำงานที่ยากลำบาก หากทุกๆคนทำงานในออฟฟิศ แล้วใครที่จะทำงานปัดกวาดเช็ดถู? ไม่มีงานไหนที่ต่ำต้อย ทุกๆงานจำเป็นสำหรับสังคมนี้ ตราบใดที่มันยังเป็นงานที่แท้จริง พวกเขาได้รับเงินจากหยาดเหงื่อแรงกาย นั่นทำให้ชีวิตดูมีความหมายและมีค่ามากจริงๆ

แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าถ้าคุณไม่ได้เรียนรู้คุณก็สามารถที่จะมีรายได้ที่น่าพึงพอใจ มันขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโชคและสิ่งที่พวกเขาลงมือทำ ชีวิตมีทั้งความยุติธรรมและความไม่ยุติธรรม บางคนก็ทำงานอย่างหนัก เช่น เด็กเสิร์ฟ พนักงานยกสินค้า แต่รายได้ที่พวกเขาได้รับก็ไม่คุ้มค่าเลย ถ้าเทียบกับรายได้ของพนักงานขาย ด้วยการทำงานที่เท่ากัน นั่นพิสูจน์ว่าถ้าคุณมีใจในการทำธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะทำงานที่ใดหรือคุณจะมีการศึกษาระดับใด คุณก็สามารถจะประสบความสำเร็จได้

ทำธุรกิจด้วยทางของคุณ
ถ้าหากว่าคุณไม่มีคุณสมบัติที่เพียงพอ ไม่เป็นไรอย่าตำหนิตัวคุณเอง อย่าเปรียบเทียบระหว่างข้อดีและข้อเสีย มันไร้ซึ่งความหมาย เพราะมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ มันเสียเวลา จุดประสงค์แท้จริงของธุรกิจคือการสร้างผลกำไร ตัวอย่างเช่น คนขายมันฝรั่งหวาน ถ้าหากคุณวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว คุณก็จะเห็นว่าเขาเป็นนักธุรกิจตัวจริง แม้ว่า"บริษัท"ของเค้าจะเป็นแค่รถเข็นขนาดเล็ก พวกเขาก็ซื้อวัสดุราคาถูกหลังจากผ่านกระบวนการที่ราคาไม่แพง พวกเขาก็สามารถที่จะขายของได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับต้นทุน พวกเขาถึงประสบความสำเร็จได้

คนรับซื้อขวดก็เช่นกัน หลายคนคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ขยะ แต่สำหรับเขามันคือเงิน ซื้อเพียง 1 ครั้งแต่สามารถขายได้ถึง 5 ครั้ง มันดูธรรมดาสำหรับพวกเขา แต่ถ้าคุณเปรียบเทียบระหว่างบริษัทใหญ่ๆ ที่มีความเพ้อฝัน จะมีกี่บริษัทที่ยอมจ่ายเงิน 1 พันล้าน หลังจากที่พวกเขาหาเงินได้ 5 พันล้านในทันที แต่ถ้าเปรียบเทียบกับบริษัทที่มีโครงสร้างเป็นเพียงแค่รถเข็นขนาดเล็ก มันแสดงให้เห็นว่า บริษัทจะจ่ายเงิน 1 ดอลล่าร์และได้รับเงิน 5 ดอลล่าร์ ซึ่งเป็นปกติมาก ดังนั้นคุณสามารถเห็นว่ามันเป็นธุรกิจที่ดี เพราะว่าเนื่องจากประสบการณ์จริงๆ ทำให้หลายคนสามารถรู้ถึงความต้องการของสังคมได้ จากนั้นพวกเขาจึงค่อยๆพัฒนาและสร้างสินค้าให้มั่นคงและเป็นที่น่าพึงพอใจ

จากที่กล่าวมา คุณสามารถเห็นได้ว่าคุณสมบัตินั้นก็สำคัญแต่มันไม่ใช่ทุกๆสิ่ง มีผู้อำนวยการที่สามารถประสบความสำเร็จ แต่พวกเขาก็ไม่จบโรงเรียนประถมด้วยซ้ำ แต่ในจุดเดียวกันมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องมีความกล้าในการดำเนินชีวิต กล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ พวกเขาสามารถทำในหลายสิ่งที่คนอื่นคิดว่าเป็นแค่สิ่งธรรมดา แต่ไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้เลย คุณก็แค่หาเงินจากแรงงานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรต่างก็มีคุณค่าในตัวมัน ถ้ามันเป็นงานที่สุจริต มากกว่านั้นการโยนความคิด ความซับซ้อนออกไปจากการทำงาน การประสบความสำเร็จก็จะมาจากสิ่งที่ง่ายที่สุดนั่นแหละ

  •  
     
  •  

แนะนำอาชีวศึกษา - คำแนะนำอื่นๆ

Sucess

เตรียมพร้อมอย่างไร เพื่อหางานในสำนักงาน

หลายคนคงทราบดีแล้วว่าโลกของเรานั้นได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในยุคสมัยนี้ ซึ่งบางทีการที่เราอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ไม่ทำอะไร ไม่พ..

Sucess

ทักษะเด็ด ในการหางานในยุคประเทศไทย 4.0

“งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลชีวิต” ไม่แน่ใจว่าคำนี้ใครเป็นคนเขียน แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า มันคือความจริงของ..