profit & loss

เมื่อเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มที่จะมีปัญหา บริษัมต่างๆก็ต่างมีมาตรการเพื่อที่จะลดภาระทางการเงินลง นี่เป็นเสมือนการ"แข่งขัน"ที่เริ่มปรากฎขึ้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้าง ในการแข่งขันนั้น เจ้านายก็ต้องการที่จะจ่ายเงินเดือนให้น้อยลงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในขณะที่ลูกจ้างก็ต้องการเงินเดือนมากที่สุดจากงานบริษัท ถ้าหากพวกเขาไม่สามารถข้อตกลงที่สร้างผลประโยชน์ในจุดๆเดียวกันได้ แน่นอนว่า พวกเขาก็จะไม่สามารถที่จะมีความร่วมมืออย่างถาวรได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม หากบริษัทคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกจ้างมากกว่า จะเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาจะได้รับหรือสูญเสียบางสิ่งที่พวกเขาจะต้องเสียสละผลประโยชน์ของพวกเขาไป

ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต
เมื่อถามเหตุผลว่าทำไมธนาคารส่วนใหญ่ถึงจ่ายเงินเดือนสูงๆในแก่พนักงาน หัวหน้าตอบว่า : "ผู้คนที่ทำงานในธนาคารตะได้สัมผัสเงินเป็นปกติ หากเงินเดือนของพวกเขาไม่มากพอสำหรับการดำรงชีวิต มีเงินที่กองอยู่ตรงหน้าของพวกเขา ทำไมพวกเขาถึงจะไม่หยิบมันไปละ" แน่นอนว่า นี่มันเป็นเรื่องที่ดูน่าตลกขบขันของเจ้านายที่อารมณ์ขัน แต่เบื้องหลังเสียงหัวเราะเหล่านั้น มีหลายสิ่งที่สมควรจะได้รับการพิจารณา

ผู้คนต่างไม่ได้ทุ่มเทหัวใจให้กับการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะทำงานสายใด งานบัญชีก็ดี หรืองานอื่นๆ ก็ได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับการดำรงชีวิตมารบกวนความคิด พวกเขาจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่พวกเขาทำงานอื่นเพื่อที่จะหารายได้เพิ่มเติม พวกเขาจะไม่สามารถทุ่มเทความขยันทั้งหมดไปที่งานได้ เมื่อมีเวลาว่างพวกเขาก็จะเข้าเว็บไซต์เพื่อหาโอกาสในการทำงานอื่นๆ นั่นถือเป็นความสูญเสียอย่างมากที่บริษัทจะได้รับเมื่อพวกเขาจ่ายเงินเดือนที่น้อยให้กับพนักงาน

ในทางตรงกันข้าม คนที่ได้รับเงินเดือนที่เหมาะสมกับความสามารถจองพวกเขา พวกเขาจะทำงานด้วยอารมณ์สบายๆ ในเวลานั้นสิ่งที่น่ากังวลที่สุดของพวกเขาจะไม่ใช่เรื่องการดำรงชีวิตอีกต่อไป แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการสร้างผลลัพธ์ในการทำงานอย่างสูงที่สุดเพื่อที่จะได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ผลประโยชน์อย่างมากจะเกิดขึ้นกับบริษัทที่พนักงานต่างมีความขยันทำงานและใช้ความสามารถทั้งหมดของพวกเขาไปกับงานนั้น สำคัญทั่งหมดทังานใน ตจว. หรืองานใน กทม.

อย่างนึกถึงผลประโยชน์ฉาบฉวย
มีผู้คนมากมายที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน พวกเขาตระหนักว่าความขยันที่พวกเขาได้ทุ่มเทให้กับงานไม่ได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสม จากนั้นพวกเขาจะต้องการเงินเดือนที่มากขึ้น เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของพวกเขา บริษัทส่วนใหญ่เชื่อว่า หากพวกเขาไม่จ้างพนักงานคนนี้ พวกเขาก็สามารถจ้างคนอื่นได้ มีการเลิกจ้างงานมากมายในสังคมนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะว่าในสังคมจะไม่มีการขาดแคลนสำหรับบริษัทที่ต้องการจ้างพนักงานใหม่

จากข้อเท็จจริงที่ได้แสดงไป ระหว่างการพยายามรักษาให้บุคลากรทำงานไปนานๆ หรือสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ พวกเขาจะให้ความสนใจไปที่การจ้างบุคลากรใหม่ๆ พวกเขาได้พยายามหรือเสียงบประมาณเพื่อที่จะเทรนพนักงานใหม่ๆ จนกระทั่งพนักงานเหล่านั้นทำงานได้เป็นอย่างดี พนักงานเหล่านั้นก็จะออกจากบริษัทเพราะว่าเงินเดือนไม่เป็นที่พอใจสำหรับพวกเขา ดังนั้นบริษัทจึงกลายเป็นโรงเรียนฝึกสอนที่จ่ายเงินเดือนในกับพนักงาน นี่คือปัญหาที่แท้จริงที่ปรากฎในหลายๆธุรกิจต้องประสบ

งานคือความสัมพันธ์ที่ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ลูกจ้างไม่สามารถจะได้รับงานได้หากขาดบริษัท และในขณะเดียวกันบริษัทก็ไม่สามารถที่จะขาดลูกจ้างไปได้เช่นกัน ฝ่ายที่จะต้องรักษาความร่วมมือนี้ไว้ไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากบริษัท พวกเขาต้องพยายามที่จะรักษาสมดุลย์ระหว่างผลประโยชน์ของพวกเขาและลูกจ้างเอาไว้ โดยคำนึงถึงปัจจัยความเป็นอยู่ของลูกจ้างให้มากขึ้น ดังนั้นพวกเขาจะต้องช่วยให้ลูกจ้างมีแรงกระตุ้น เพื่อที่จะทำให้ลูกจ้างช่วยกันพัฒนาธุรกิจขึ้นมาได้

บริษัทได้รับมากกว่าเสีย
การจ่ายเงินเดือนสูงๆให้กับพนักงานไม่ได้หมายความว่า คุณให้ความสำคัญทุกๆคนเท่าเทียมกัน แต่หากมันจะขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนต่างหาก การจ่ายเงินเดือนสูงๆไม่ได้หมายความว่าบริษัทยินดีที่จะรับการสูญเสียผลประโยชน์ แต่มันหมายถึงว่าพวกเขาต้องการที่จะเสียสละผลประโยชน์ของพวกเขาเพื่อทำให้พนักงานมีชีวิตที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการสร้างรากฐานบริษัทให้มั่นคงนั้นก็จะต้องทำให้พนักงานรู้สึกมั่นคงด้วยเช่นเดียวกัน มันพิสูจน์ว่าหัวหน้าไม่เพียงแต่ต้องมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีมนุษยธรรมมากๆอีกด้วย

มากกว่านั้น ธุรกิจก็เหมือนกับการเสี่ยงโชค บางครั้งคุณชนะแต่บางครั้งคุณก็แพ้ คุณจะไม่สามารถทำให้พนักงานอยู่กับคุณในเวลาที่ยากลำบากหรือแม้กระทั่งในเวลาที่ดีๆได้เลย หากคุณไม่มีน้ำใจให้พวกเขา นอกจากนั้นในขณะที่ธุรกิจของคุณแข็งแรงขึ้นและแข็งแรงขึ้น คุณก็ต้องรู้วิธีในการที่จะแบ่งปันกับผู้อื่น หากคุณล้มเหลวแล้วนั้น พวกเขานั่นเองที่จะเป็นคนที่เราสามารถพึ่งพาได้เมื่อถึงเวลานั้นนี่ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทเมื่อพวกเขารู้วิธีที่จะรักษาสมดุลย์ระหว่างประโยชน์ส่วนตัวและประโยชน์ส่วนรวม นี่เองที่เรียกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม

  •  
     
  •  

แนะนำอาชีวศึกษา - คำแนะนำอื่นๆ

profit & loss

เตรียมพร้อมอย่างไร เพื่อหางานในสำนักงาน

หลายคนคงทราบดีแล้วว่าโลกของเรานั้นได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในยุคสมัยนี้ ซึ่งบางทีการที่เราอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ไม่ทำอะไร ไม่พ..

profit & loss

ทักษะเด็ด ในการหางานในยุคประเทศไทย 4.0

“งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลชีวิต” ไม่แน่ใจว่าคำนี้ใครเป็นคนเขียน แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า มันคือความจริงของ..