เราพบ 5 งานที่ตรงกับการค้นหาของคุณ: ประเภทของงาน - "บัญชี / การเงิน / ตรวจสอบบัญชี" | สถานที่ "กรุงเทพมหานคร"

Admin and Account Officer

CareerLink Recruitment (Thailand) Co., Ltd. - กรุงเทพมหานคร

ต่อรองได้ | ไม่มีประสบการณ์

16/08/2017

Accountant (Plastic Materials Company)

CareerLink Recruitment (Thailand) Co., Ltd. - กรุงเทพมหานคร

ต่อรองได้ | มีประสบการณ์ (Non-manager)

19/07/2017

Internal Audit and Financial Analyst

CareerLink Recruitment (Thailand) Co., Ltd. - กรุงเทพมหานคร

ต่อรองได้ | มีประสบการณ์ (Non-manager)

30/06/2017

แก้ไขการค้นหางานนี้

-


สาระที่ต้องรู้ก่อน หางานบัญชี

รูปสิ่งที่ควรรู้ไว้ ก่อนที่จะเริ่มหา และสมัครงานบัญชี

บทความนี้ได้รวบรวมสาระเกี่ยวกับการบัญชี งานบัญชี ไว้ครบถ้วน สำหรับน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ที่สนใจ หางานบัญชี หรือกำลังศึกษาทางด้านบัญชี ด้วยความหวังทีอยากจบออกมาเป็นนักบัญชีมืออาชีพ เรียกได้ว่าอ่านจบแล้ว คุณจะได้เห็น และเข้าใจภาพรวมทั้งหมดเกี่ยวกับสายอาชีพนี้กันเลยทีเดียว ก่อนที่จะลงลึกในรายละเอียดเรื่อง งาน นักบัญชี เราไปเริ่มกันที่ การบัญชี กันก่อนครับ ว่ามีความมายว่าอะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้า

การบัญชี (Accounting)

การบัญชี หรือ ที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูว่า Accounting นั้น ทาง The Institute of Certified Accountants and Auditor of Thailand: ICAAT หรือสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชี (ส.บ.ช) ได้ให้คำจำกัดความ การบัญชี (Accounting) ไว้ว่า เป็น

รูปเครื่องมือในการทำงานของนักบัญชี

ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จำแนก และทำสรุปข้อมูลอันเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานขั้นสุดท้ายของการบัญชีก็คือการให้ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่บุคคลหลายฝ่าย และผู้ที่สนใจในกิจกรรมของกิจการ

วิกิพีเดีย สรุปถึงประโยชน์ของการทำบัญชี ไว้เป็นข้อๆ อย่างน่าสนใจ ผมขอยกมาเสริมเพื่อชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการทำบัญชีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนี้

ประโยชน์ของการทำบัญชี

  1. การบัญชีช่วยบันทึกเหตุการณ์ทางการค้าทีเกิดขึ้น
  2. การบัญชีช่วยให้เจ้าของกิจการต่างๆ ได้รู้ว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ กิจการของตน มีสินทรัพย์ และหนี้สิน เหลืออยู่ในจำนวนเท่าไร
  3. เมื่อทราบถึงข้อมูลที่แน่นอนของธุรกิจตอนเองแล้ว ทำให้เจ้าของกิจการสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจ ในการกำหนดทิศทาง และประกอบกิจการต่อไป
  4. การบัญชีช่วยในเรื่องของการป้องกันการทุจริตและการสูญหายของสินทรัพย์
  5. การบัญชีช่วยให้เป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย
  6. การบัญชีเป็นเครื่องมือนำมาใช้ในการคำนวณภาษีที่จะต้องจ่ายแก่รัฐ

รูปป้าย Accounting

จะเห็นว่าการบัญชีนั้นมีความสำคัญ เพราะว่ามีประโยชน์ต่อองค์กร ห้างร้าน หรือบริษัท โดยเฉพาะต่อผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการ จะได้รู้ว่าธุรกิจที่ทำอยู่นั้น มีทิศทางไปทางไหนขึ้นหรือลง หรือทรงๆ มีสินทรัพย์ มีหนี้สิน เพิ่มขึ้นหรือลดลง มีกำไรหรือขาดทุนอย่างไร เราได้เห็นถึงประโยชน์เรื่องการทำบัญชีกันไปแล้ว ต่อไปเราไปดูเรื่องที่ยังมีความสับสนอยู่มากเรื่องบัญชี

การบัญชี VS การทำบัญชี เหมือน หรือต่าง?

การทำบัญชี หรือที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Book Keeping นั้น คืองานรายวันในการจดบันทึกข้อมูลทางเงิน และรวบรวมไว้ ประจำวัน ซึ่งการทำบัญชีนี้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกันกับ การบัญชี หรือ Accounting ครับ แต่เป็นเพียงงานส่วนหนึ่ง ของการบัญชีนั่นเอง ส่วนผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบัญชีเราเรียกว่า นักบัญชี หรือ Accountants

ผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor)

ได้กล่าวถึง ผู้ทำบัญชี (Accountant) ไปแล้ว จะไม่กล่าวถึงผู้ปฏิบัติงานบัญชีอีกด้านหนึ่ง ก็กระไรอยู่ขอเกริ่นสักเล็กน้อยถึงความหมายของงานผู้ตรวจบัญชีครับ

รูปผู้ตรวจสอบบัญชี

ผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชี ดูแลควบคุม และให้การรับรองความถูกต้องทางบัญชี ชองทั้งสถานที่ประกอบการเอกชน และองค์กรภาครัฐ นักบัญชี (Accountant) และผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) จะเป็นคนละคนกัน ทำงานบัญชีคนละด้าน นักบัญชีเป็นคนทำบัญชีให้บริษัทห้างร้าน หรือองค์กรภาครัฐ ส่วนผู้ตรวจสอบบัญชี จะเป็นคนเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องของการบัญชีที่ได้ทำไว้

ผู้ที่รู้ตัวว่าอยากทำงานเป็นนักบัญชี วางแผนเรียนคณะตามนี้

เรียนคณะไหนถึงหางานบัญชีได้

  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (สาขาการบัญชี)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (สาขาการบัญชี)
  • คณะบริหารธุรกิจ (สาขาการบัญชี)
  • คณะสังคมศาสตร์ (สาขาการบัญชี)
  • คณะวิทยาการจัดการ (สาขาวิชาการบัญชีบริหาร)
  • คณะบริหารศาสตร์ (สาขาการบัญชี)

คุณสมบัติที่ดี ที่นักบัญชีควรมี

  1. นักบัญชีเป็นผู้ที่มีความรู้ตื้นลึกหนาบางด้านการเงินของบริษัทที่ตนรับผิดชอบทำบัญชีอยู่ ดังนั้นนักบัญชีจำเป็นที่จะต้องมีจรรยาบรรณ กล่าวคือไม่นำข้อมูลทางการเงินไปเปิดเผยให้คนภายนอกรับรู้
  2. เนื่องจากงานบัญชีเป็นงานเกี่ยวกับการเงิน ดังนั้นนักบัญชีที่ดีควรมีความละเอียดรอบคอบ ไม่อย่างนั้นอาจทำให้บริษัทที่ตนสังกัดเกิดความเสียหายได้
  3. นักบัญชีที่ดีควรมีความรู้ที่เพียงพอ สามารถนำความรู้ที่ได้เล่าเรียนศึกษามาวิเคราะห์งานบัญชี และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด แม่นยำและถูกต้อง
  4. โดยทั่วไปงานบัญชีจะต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นนักบัญชีที่ดีควรที่จะมีความอดทน มุ่งมันและรับผิดชอบงานในหน้าที่ จนแล้วเสร็จ
  5. นักบัญชีที่ดีควรมีความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นเพื่อการพัฒนาองค์กร นอกจากนี้ไม่ควรกลัวที่จะแจ้งผู้บริหารให้ทราบเมื่อพบการทุจริตในองค์กร
  6. โลก ณ ปัจจุบันอะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งวิชาการทางการบัญชี ดังนั้นนักบัญชีที่ดีควร พัฒนาตนเอง ใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ และนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างเหมาะสม

ประเภทอาชีพของนักบัญชี

  1. การบัญชีสาธารณะ (Public Accounting): คือ นักบัญชีที่ไม่ทำงานเป็นลูกจ้างรับเงินเดือนของธุรกิจใดๆ แต่จะทำงานอิสระ รับจ้างทำบัญชีทั่วไป
  2. การบัญชีส่วนบุคคล (Private Accounting): คือ การรับจ้างทำบัญชีให้แก่ธุรกิจทุกประเภท อันได้แก่กิจการค้าเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด ทำหน้าที่ตั้งแต่ลงบันทึกรายการไปจนถึงการวางระบบบัญชี การทำรายงานทางการเงินต่างๆ ตำแหน่งงานก็จะแตกต่างตามความรับผิดชอบ เช่น ผู้อำนวยการบัญชีสมุห์บัญชี ผู้ทำบัญชี
  3. การบัญชีส่วนราชการ (Governmental Accounting): คือ การบันทึกบัญชีของหน่วยราชการที่มีรายการรับเงิน รายจ่ายเหมือนกับห้างร้าน หรือธุรกิจการค้าของเอกชน ต่างกันตรงที่การดำเนินงานของราชการนั้นไม่มุ่งไปที่กำไร การบัญชีส่วนราชการในประเทศไทยมีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เป็นผู้วางระเบียบและวางระบบทางการบัญชีไว้

คุณสุกัญญา มงคลปัญญาวุธ นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สังกัดกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์ไว้น่าสนใจ ถึงเรื่องการเตรียมตัว การขั้นตอนการสอบ การสัมภาษณ์ ท่านใดมีความสนใจทำบัญชีกับภาครัฐเป็นพิเศษ คลิกที่นี่ เพื่อไปอ่านบทสัมภาษณ์การได้เลย

ถึงตรงนี้ หลายท่านคงถึงบางอ้อ เห็นถึงภาพรวมแล้วว่า การบัญชี (Accounting), นักบัญชี (Accounts) นั้นคืออะไร มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้าง เห็นภาพมุมกว้างกันครบถ้วนแล้ว ที่เหลือคือ ทำความฝันให้เป็นจริง ถ้าคุณพร้อมแล้ว เราไปหางานบัญชีในเว็บของเรา CareerLink กันได้เลย

อ่านเพิ่มเติม ปิด


รูปเทคนิคการสมัครงาน ทำอย่างไรถึงได้งาน

วันนี้เรามีเทคนิคการ หางาน สมัครงาน มาฝากกัน ไม่ว่าคุณจะหางานกรุงเทพ หรืองานที่ต่างจังหวัด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาจบใหม่เอี่ยมเลย หรือ คุณมีประสบการณ์ทำงานมาบ้างแล้ว ทิปและเทคนิคในบทความที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ และเห็นผลได้จริง โดยในช่วงแรกเราจะเกริ่นกันสักเล็กน้อยถึงเรื่อง แหล่งงาน ที่ผู้หางานในปัจจุบันนิยมใช้กัน ต่อไปก็จะว่ากันเรื่องเทคนิคการเขียน Resume ขั้นเทพ เขียนอย่างไรให้เตะตา ต้องใจ HR, จากนั้นเราปิดท้ายด้วยเรื่องการเตรียมตัวการสัมภาษณ์งาน

แหล่งหางานกรุงเทพ และต่างจังหวัด

ปัจจุบันมีแหล่ง ที่คุณสามารถหางาน และสมัครงาน ที่นิยมใช้กันในกลุ่มคนที่หางาน จะมีอยู่ 3 แหล่ง ดังนี้

  1. เว็บไซต์หางาน (Job Website): ทุกวันนี้มีเว็บไซต์หางานจำนวนไม่น้อย และเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ และนักศึกษาจบใหม่ที่ใช้อินเตอร์เน็ตได้ CareerLink (https://www.careerlink.co.th/) ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างเว็บไซต์หางานที่คุณสามารถเข้าไป ค้นหาตำแหน่งงานว่าง ที่สนใจ สร้างและฝากประวัติ หรือ Resume, เมื่อพบงานที่ชอบ ที่ใช่ ก็สามารถสมัครงานออนไลน์ได้

    เมื่อบริษัทที่คุณสมัครพิจารณาใบสมัคร และสนใจ จะติดต่อคุณเพื่อให้เข้าไปพูดคุย สัมภาษณ์ต่อไป การหางาน และสมัครงานผ่านเว็บไซต์หางานพวกนี้ ส่วนใหญ่ แทบจะทั้งหมดก็ว่า คุณสามารถเข้าไปค้นหาบริษัท และสมัครงานได้ และได้งานจริง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้ยังสะดวกรวดเร็วอีกด้วย จึงทำให้การสมัครงานผ่านเว็บเป็นทีนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
  2. Job Fair ในทุกๆ ปี บริษัทตัวแทนจัดหางาน (Agency) จะเชิญให้บริษัทต่างๆ นับร้อย บริษัทมาเปิดรับสมัครงาน รับพนักงานใหม่พร้อมๆ กัน คุณสามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สิ่งที่คุณต้องเตรียมมาคือ เอกสารประวัติการศึกษา การผ่านงาน ใบรับรองต่างๆ รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เป็นต้น มาหลายๆ ชุด ในกรณีที่คุณหมายตาบริษัทที่ต้องการร่วมงาน ไว้หลายบริษัท ข้อดีหลักๆ ของการสมัครงานวิธีเข้าร่วมงาน Job Fair นี้คือ ไปทีเดียว สมัครได้เป็นสิบ ได้สัมภาษณ์เลย แถมบางครั้งรู้ผลเลยอีกต่างหาก แต่ในแต่ละปีจะมีงานประเภทนี้ไม่กี่ครั้ง ดังนั้น คุณควรติดตามข่าวสารให้ดี จะได้ไม่เสียโอกาสดีๆ ไป
  3. Walk in วิธีนี้คือการเดินเข้าไปฝากประวัติ หรือสมัครงานกรุงเทพ หรือต่างจังหวัดที่บริษัทที่คุณต้องการร่วมงานด้วยเลย ในบางครั้งอาจเป็นการเสียเวลาบ้าง เพราะว่าบริษัทที่คุณไปสมัครอาจจะยังไม่เปิดรับสมัครพนักงานใหม่ หรือ ตำแหน่งว่างไม่ตรงกับคุณวุฒิที่คุณมี คุณควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้า ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือโทรสอบถามโดยตรงเลยก็ได้ วิธีการนี้ ยังมีคนใช้กันอยู่ แต่ไม่มากเนื่องจากทำการสมัครได้น้อยบริษัทในคราวเดียว

เทคนิคการเขียนเรซูเม่ (Resume) เขียนอย่างไรให้โดนใจ HR

รูปเทคนิคการเขียน Resume

1. อย่าเยิ่นเย้อ เขียนกระชับและรัดกุม

การเขียนประวัติที่ใช้ในการสมัครงาน หรือ Resume นั้น ควรเขียนให้กระชับ ตรงประเด็น อย่าให้ยาวจนเกินไป (1-2 A4 ไม่เกิน) โดยสรุปใส่รายละเอียดความเป็นมาเกี่ยวกับตัวคุณว่า คุณเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนาม เรียนจบอะไรมา คณะอะไร มีประสบการณ์ทำงาน มาแล้วกี่ปี ทำอะไรมาบ้าง

ถ้าคุณเป็นนึกศึกษาที่เพิ่งจบมา ยังไม่มีประสบการณ์ และเคยทำกิจกรรมระหว่างเรียนก็สามารถใส่ได้คร่าวๆ ในปัจจุบัน HR ของบริษัทส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับตรงนี้ไม่มากอย่างแต่ก่อน เนื่องจากทัศนะคิดของตัวนักศึกษาเอง รวมทั้งประเภทกิจกรรมที่ทำสมัยนี้แตกต่างจากในอดีต

2. เลือกใช้คำที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย และน่าสนใจ

ในการเลือกใช้คำ ควรเลือกใช้คำที่เป็นทางการหน่อย แต่อ่านง่าย และตรงประเด็นที่ต้องการสื่อ เช่น เรื่องความสามารถพิเศษ หรือ ผลงานในอดีตที่เคยทำมา ก็ให้อธิบายให้กระชับ หลีกเลี่ยงการใช้คำประธาน เช่น “กระผม” หรือ “ดิฉัน”

3. พยายามสื่อถึงประสบการณ์ให้มาก

ประสบการณ์ หรืองานที่คุณได้ทำมาในอดีต เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่าย และจับต้องได้มากที่สุด ในสายตาของผู้สัมภาษณ์ ดังนั้น ถ้าคุณมีดีตรงนี้ แนะนำให้พยายามสื่อออกไปให้ได้มากที่สุด ภายใต้ข้อกำหนด 2 ข้อด้วยกันคือ

  • สื่อให้กระชับ และตรงประเด็น เช่น ปีที่แล้วคุณทำยอดขายให้บริษัทเก่าเพิ่มขึ้น 80% ก็ว่าไป ไม่จำเป็นต้องสื่ออะไรมากเกินไป ถ้าผู้สัมภาษณ์ไม่เข้าใจหรือ สนใจเขาจะถามเพิ่มเติมเองในการสัมภาษณ์
  • สื่อแต่สิ่งที่เป็นความจริงเท่านั้น ถ้าคุณสื่อเกินจริงไป และถูกพบภายหลังจะเป็นการเสียเวลาเปล่าของทั้งตัวคุณเองและบริษัท ดังนั้น อย่าทำ

4. รูปร่างหน้าตา Resume ต้องดูน่าเชื่อถือ

ถ้อยคำที่คุณสื่อลงไปในใบประวัติ หรือ Resume นั้นว่ามีความสำคัญ รูปร่างหน้าตา Format ของ Resume ที่คุณใช้ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แนะนำให้เลือกใช้ Resume ที่มีโทนสีสบายตา, มี Format ที่อ่านง่าย คุณสามารถ โหลด Resume Template สวยๆ แล้วมาปรับใช้ได้ ให้ตรงกับความต้องการ ได้ฟรีๆ จากอินเตอร์เน็ต

หัวข้อที่แนะนำให้ใส่ลงไปใน Resume

  1. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตัวคุณ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ (อีเมล์, เบอร์โทร)
  2. วุฒิการศึกษา
  3. ประสบการณ์การทำงาน
  4. กิจกรรมต่างๆ ตอนศึกษาอยู่ เช่น กิจกรรมเพื่อชุมชม เป็นต้น
  5. ความสามารถพิเศษ รางวัลที่เคยได้รับ
  6. รายละเอียดเกี่ยวกับ ผู้รับรอง หรือ บุคคลอ้างอิง
  7. รูปถ่ายหน้าตรง 1 หรือ 2 นิ้ว แต่งกายสุภาพเหมาะสม

การสัมภาษณ์งาน

รูปการเตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์งาน

เราได้ผ่านการเสาะแสวงหาแหล่งงาน ได้ทำการเขียน Resume อย่างถูกหลักวิชาไปแล้ว มาถึงตรงนี้เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สามารถชี้ชะตาคุณเลยก็ว่าจะได้ หรือจะไม่ได้งาน ผม List สิ่งที่คุณต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อการสัมภาษณ์งานที่เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดไว้ ด้านล่าง

  • อย่าไปแบบไร้วิญญาณ หาข้อมูลของบริษัทที่กำลังจะสัมภาษณ์คุณไว้บ้างก็ดีเช่น เขาทำกิจการเกี่ยวกับอะไร อย่างไร เตรียมคำถามไว้ เพื่อแสดงความใส่ใจ ใฝ่รู้ ให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็น เช่น กฎระเบียบการทำงานมีอะไรบ้าง, บรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไร เป็นต้น นอกจากจะเป็นการแสดงความกระตือรือร้นออกมาแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองในแง่ทีว่า ถ้าบริษัทนั้นๆ มีกฎระเบียบที่คุณยอมรับไม่ได้จริงๆ แล้วคุณมาค้นพบเองทีหลัง สุดท้ายจะเป็นการทำให้คุณเสียเวลา ถ้าต้องมเริ่มหางานใหม่
  • แต่งกายสุภาพ ทั้งชาย และหญิง เช่น
    • หญิง: ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีสุภาพ + กระโปรง + รองเท้าคัทชู ผมรวบ หรือ จัดทรงให้เรียบร้อย
    • ชาย: เสื้อเชิ้ต + กางเกง + รองเท้าคัทชู
  • อย่าไปสายเป็นอันขาด อันนี้สำคัญมาก ถ้าจะให้ดีไปก่อนอย่างน้อย 15 นาที ถ้าติดธุระเร่งด่วนจำเป็นต้องไปสาย หรือไม่สามารถไปได้เลย ให้โทรแจ้งผู้ที่มีหน้าที่รับเรื่องอธิบายเหตุผลให้ชัดเจน บริษัทส่วนใหญ่จะเข้าใจ อย่าหายไปเฉยๆ เพราะนอกจากเป็นการแสดงว่าคุณไม่เป็นมืออาชีพแล้วยังเป็นการเสียมารยาทอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม ปิด